|
 
 

 
|
|


ทางเดินอาหารเป็นท่อกลวงที่คดเคี้ยว
เริ่มจากปากผ่านหลอดอาหารที่มีกระเพาะอาหาร ลำไส้เล็ก และสิ้นสุดที่ลำไส้ใหญ่
ระหว่างทางเดินถูกบด คลุกเคล้า ย่อย และถูกดูดซึมเอาสิ่งที่มีประโยชน์เข้าสู่ร่างกาย
เมื่ออาหารถึงลำไส้ใหญ่จะเป็นกากอาหารเป็นส่วนใหญ่ ที่นี่น้ำจะถูกดูดซึมกลับเข้าสู่ร่างกายทำให้กากอาหารแห้งลงๆ
จนมีลักษณะเป็นก้อนอย่างที่คุ้นเคยเวลาอุจจาระบางครั้งร่างกายขาดน้ำ
ลำไส้ใหญ่จะดูดซึมน้ำเข้าสู่ร่างกายมากขึ้น หรือถ้าทานอาหารที่มีกากน้อย
อุจจาระใช้เวลาสะสมในลำไส้ใหญ่หลายวันกว่าจะมีปริมาณมากพอที่จะกระตุ้นให้ร่างกายรู้สึกปวดอุจจาระทำให้น้ำถูกดูดซึมได้มากขึ้น
อุจจาระจะแข็งขึ้น แต่ถ้ารับประทานอาหารมากผิดปกติ หรือทานอาหารที่มีกากมาก
หรือลำไส้บีบตัวมากกว่าปกติ เราจะถ่ายบ่อยขึ้น อุจจาระจะนิ่มลงจนถึงเหลวได้
อย่างไรเรียกว่าผิดปกติ
ถ้าอุจจาระเหลวจนเป็นน้ำ มีการขับถ่ายมากกว่า 3 ครั้งต่อวัน หรืออุจจาระเป็นมูก
หรือมูกปนเลือดเพียงครั้งเดียวก็เรียกว่าท้องเสีย แต่ถ้าถ่ายอุจจาระแข็งมากเป็นเม็ดกระสุนก็แสดงว่าเกิดอาการท้องผูกขึ้นแล้ว
จำนวนครั้งที่ถ่ายอุจจาระนั้นไม่สำคัญเท่าลักษณะอุจจาระ เช่น ถ่ายทุกวัน
แต่อุจจาระแข็งเป็นกระสุน ก็เรียกว่าท้องผูก ตรงกันข้าม ถ้าวันหนึ่งถ่ายหลายครั้ง
แต่อุจจาระดูดี ก็ไม่เรียกว่าอาการท้องเสีย โดยเฉพาะเด็กที่ดื่มนมแม่มักจะถ่ายบ่อยครั้ง
เช่นวันละ 12 ครั้ง คือดื่มนมเป็นต้องถ่าย ถ่ายจนก้นแดง อุจจาระเป็นเม็ดมะเขือปนน้ำมากหน่อย
กลิ่นเปรี้ยวๆ แต่ไม่ถึงกับเป็นน้ำจู๊ดๆ ก็ยังเรียกว่าถ่ายบ่อย
ไม่ใช่อุจจาระร่วงปกติเด็กที่ดื่มนมผสม จะถ่ายแข็งกว่า กลิ่นแรงกว่า
เพราะโปรตีนในนมผสมย่อยยากกว่า และมีแบคทีเรียที่มีประโยชน์ในลำไส้น้อยกว่าเด็กที่ดื่มนมแม่ |
|
|